ทลายเครือข่ายลักลอบขนถ่ายน้ำมันเขียวผิดกฎหมาย จำนวนกว่า 23 ล้านลิตร ค่าปรับสูงกว่า 2,700 ล้านบาท” กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

ทลายเครือข่ายลักลอบขนถ่ายน้ำมันเขียวผิดกฎหมาย จำนวนกว่า 23 ล้านลิตร ค่าปรับสูงกว่า 2,700 ล้านบาท” กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

ทลายเครือข่ายลักลอบขนถ่ายน้ำมันเขียวผิดกฎหมาย จำนวนกว่า 23 ล้านลิตร ค่าปรับสูงกว่า 2,700 ล้านบาท” กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และกรมสรรพสามิต ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.รน., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ธรรมปพน ชาวกำแพง ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.ก., พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผกก.2 บก.ปอศ. และ พ.ต.อ.ศักดิธัช วันจันทึก ผกก.ประ จำบก.รน.(ปฏิบัติหน้าที่ใน ศรชล.) ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ประกอบด้วย พล.ร.ท.ดนัย สุวรรณหงส์ ผู้อำนวยการศูนย์ยุทธการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ผอ.ศยก.ศรชล.) กรมสรรพสามิต ประกอบด้วย นายพยุง บุญสมสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบป้องกัน และปราบปราม ได้ร่วมกันดำเนินคดีกับ กลุ่มเครือข่ายลักลอบขนถ่ายน้ำมันดีเซลที่นำไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่อง ของราชอาณาจักร (น้ำมันเขียว) โดยผิดกฎหมาย โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันขนถ่ายสินค้าในเขตต่อเนื่องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร และเคลื่อนย้ายสินค้าออกไปจากยานพาหนะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร” อันเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคา ของรวมอากร ของกลางในคดี น้ำมันเขียวที่ตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบขนถ่าย มีปริมาณทั้งสิ้น 23,231,700 ลิตร ซึ่งคิดมูลค่าค่าปรับสูงสุดคิดเป็น มูลค่ากว่า 2,700 ล้านบาท สถานที่ตรวจพบการกระทำผิด บริเวณเขตน่านน้ำภายใน ทะเลอาณาเขต และเขตต่อเนื่องฝั่งอ่าวไทย ระยะเวลาในการสืบสวนสอบสวน เมื่อประมาณกลางปี 2565 ได้ตรวจสอบพบว่ามีเครือข่าย ผู้ค้าน้ำมันเขียวให้กับเรือประมงนอกเขตต่อเนื่อง จึงได้ดำเนินการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว ระยะเวลาดำเนินการสืบสวนสอบสวนประมาณ 2 ปี พฤติการณ์ สืบเนื่องจากโครงการจำหน่ายน้ำมันเขียว คือการจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้กับชาวประมงในราคาถูก โดยเป็นน้ำมันดีเซลที่ผลิตมาจากโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตและเงินนำส่งกองทุนต่างๆ ของกระทรวงพลังงาน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2543 ซึ่งจะทำให้น้ำมันเขียวที่ขายกันอยู่กลางทะเล ( ในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ) มีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลที่ขายอยู่บนบก เพื่อให้ต้นทุนการทำประมงถูกลง และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ แต่เนื่องจากเกิดปัญหาร้องเรียนว่า มีขบวนการลักลอบนำน้ำมันเขียวที่ได้รับยกเว้นภาษีกลับเข้ามาขนถ่ายและขายในเขตน่านน้ำภายใน ทะเล อาณาเขตฝั่งอ่าวไทยรวมถึงแอบขนถ่ายให้กับเรือโดยไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ และเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้ใช้น้ำมันบนฝั่งซึ่งไม่ได้รับการยกเว้นภาษี อีกทั้งยังส่งผลกระทบไปถึงกลุ่มพี่น้องเรือประมงที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ไม่มีน้ำมันเขียวเพียงพอที่จะเติมได้ นั้น ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงได้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสวนคดีดังกล่าวร่วมกันกับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และกรมสรรพสามิต สืบสวนสอบสวนบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจาก กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมประมง กรมเจ้าท่า กองบังคับการตำรวจน้ำ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวได้ และอาศัยช่องว่างของฐานข้อมูลของแต่ละหน่วยงานซึ่งเดิมทีไม่ได้เชื่อมต่อกัน จนสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวได้และอยู่ในขั้นตอนดำเนินการส่งตัวผู้ต้องหาฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพ และยังมีบางส่วน ที่ให้การปฏิเสธ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ในท้ายที่สุดนี้ขอฝากถึงพี่น้องประชาชน ชาวประมง รวมถึงผู้ประกอบการภาคประมง ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการน้ำมันดีเซลที่นำไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (น้ำมันเขียว) ไม่ลักลอบนำน้ำมันเขียวที่ได้รับยกเว้นภาษีกลับเข้ามาขายต่อในเขตน่านน้ำภายใน ทะเลอาณาเขต หรือนำกลับมาขายบนบก ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากเม็ดเงินภาษีที่รัฐควรได้นำกลับคืนสังคม ในรูปของบริการสาธารณะ สาธารณูปโภคที่ทุกคนจะมีส่วนได้รับประโยชน์จากเงินภาษีดังกล่าว และยังส่งผลกระทบไปถึงกลุ่มพี่น้องชาวประมง จะไม่มีน้ำมันเขียวเพียงพอในระบบ ขาดต้นทุนในการทำประมงเพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ และหากประชาชนทั่วไปมีเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบจำหน่ายน้ำมันเขียว สามารถแจ้งเบาะแสมาได้โดยตรงที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง Website : https://cib.go.th/ หรือ Facebook ตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

ที่มา: สำนักข่าวคาดเชือก
เว็บไซต์: https://kardchuek.net

ผู้นำเสนอข่าว

Hnoy

Written by:

3,246 Posts

View All Posts
Follow Me :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *