วาเลนไทน์ 2566 เผยผลสำรวจ 5 ปัจจัยเลือกซื้อของขวัญ คาดเงินสะพัด 2,389 ล้าน

วาเลนไทน์ 2566 เผยผลสำรวจ 5 ปัจจัยเลือกซื้อของขวัญ คาดเงินสะพัด 2,389 ล้าน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ ม.หอการค้าไทย เผยผลสำรวจช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ 2566 คึกคักสุดในรอบ 3 ปี พบวัยรุ่นกว่าครึ่งไม่ไปฉลอง ขณะที่สถานที่สุดฮิตเลือกไป “ห้างสรรพสินค้า” มากที่สุด รองลงมาคือ คาเฟ่

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 มีรายงานว่า รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และอาจารย์วาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ พร้อมด้วย อาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงข่าว “ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนช่วงวาเลนไทน์ ประจำปี 2566” จากกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,255 คน

โดยวาเลนไทน์ปีนี้จะมีเม็ดเงินสะพัด 2,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15.5% ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปี และมีบรรยากาศคึกคักสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2563 ที่ประเทศไทยเริ่มมีการระบาดของโรคโควิด-19
จากกลุ่มตัวอย่างเห็นว่า Gen Z จะให้ความสำคัญในวันวาเลนไทน์มากที่สุด รองลงมาคือ Gen Y ซึ่งเป็นกลุ่มของวัยเรียนและวัยทำงาน

และเมื่อสอบถามถึงการออกไปฉลองในวันวาเลนไทน์กลุ่มร้อยละ 49.2 ต้องการจะไปฉลองวาเลนไทน์กับคนรัก หรือคนรู้ใจ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ร้อยละ 50.8 ตอบว่าไม่ไปฉลอง

ขณะที่สถานที่ที่ต้องการไปฉลองวาเลนไทน์มากสุด คือ ห้างสรรพสินค้า รองลงมา คือ คาเฟ่ และร้านอาหาร ส่วนปัจจัยที่ใช้ในการเลือกซื้อของขวัญในวันวาเลนไทน์ 5 อันดับแรก คือ ความชอบของผู้รับของ รองลงมา คือ ความสะดวก ประโยชน์ ความนิยม และราคา ตามลำดับ

สำหรับปัญหาสังคมที่กลุ่มตัวอย่างมีความกังวลและคิดว่ามีความรุนแรงมากขึ้นคือ การคลอดแล้วทิ้ง พ่อ-แม่ไม่มีวุฒิภาวะในการเลี้ยงลูก และการล่วงละเมิดทางเพศของคนใกล้ชิด ซึ่งเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน.
ขอบคุณ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ ม.หอการค้าไทย

ที่มา:ไทยรัฐ

ผู้นำเสนอข่าว

ยัยแม่มด

Written by:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *