จากเด็กหาย สู่คำรับสารภาพ โยนลูกทิ้งน้ำ แฮชแท็ก “น้องต่อ” พุ่งติดเทรนด์

จากเด็กหาย สู่คำรับสารภาพ โยนลูกทิ้งน้ำ แฮชแท็ก “น้องต่อ” พุ่งติดเทรนด์

แฮชแท็ก #น้องต่อ พุ่งติดเทรนด์ หลังแม่ของเด็ก วัย 17 ปี เปิดปากรับสารภาพ ขณะที่ทนายเดชา วิเคราะห์ยังเชื่อไม่ได้ เพราะแม่โกหกมาหลายครั้ง แนะหาศพให้พบ เพื่อพิสูจน์สาเหตุการตายที่แท้จริง

วันที่ 27 ก.พ. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก สำหรับกรณีการหายตัวไปของ น้องต่อ เด็กชายวัย 8 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ แม่ของเด็ก วัย 17 ปี ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่า น้องถูกลักพาตัวออกจากบ้านไป ช่วงใกล้เช้ามืด ของวันที่ 5 ก.พ. 66 ที่ผ่านมา ก่อนเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมีการนำตัวพ่อ และแม่ของเด็ก เข้าเครื่องจับเท็จ ซึ่งผลออกมาว่า พบพิรุธในตัวแม่ และทำให้เชื่อได้ว่า แม่น่าจะรู้เห็นกับการหายตัวไปของเด็ก ตามแนวทางการสืบสวนก่อนหน้านี้

ขณะที่พ่อของเด็กเอง ถูกคุมตัว ในคดีค้าประเวณี และเพื่อนของพ่อสาววัย 17 โดนคดีพรากผู้เยาว์ เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับสาว 17 ปี 

กระทั่งล่าสุด มีรายงานว่า แม่ของเด็กให้การรับสารภาพแล้วว่า นำน้องต่อ ไปทิ้งน้ำ หลังจากที่น้องตกจากมือ ชัก แล้วแน่นิ่งไป ซึ่งในวันนี้จะมีการนำแม่เด็กไปสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่นั้น ยังเชื่อว่า แม่เด็กทำเพียงคนเดียว ไม่มีผู้อื่นร่วมด้วย ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

สำหรับคดีการหายตัวไปของเด็กชายวัย 8 เดือนนั้น หลายคนให้ความสนใจ และติดตามมาตั้งแต่วันแรกๆ ยังภาวนาอยากให้เจอน้องในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ แม้จะผ่านมากว่า 21 วันแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ ก็หวังที่จะได้เจอร่างของน้อง เพื่อให้ญาตินำกลับมาทำพิธี ขณะที่บางส่วนก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ ซึ่งลงพื้นที่ค้นหาน้องต่อตั้งแต่วันแรกๆ ด้วย ส่งผลให้ #น้องต่อ ติดเทรนด์ในโลกทวิตเตอร์อีกครั้ง

ด้าน ทนายเดชา ได้ไลฟ์ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ในคดีนี้ ผ่านเฟซบุ๊กเพจ ทนายคลายทุกข์ โดยมีแคปชั่นว่า “นิ่มรับสารภาพเอาลูกไปโยนทิ้งน้ำ คำรับสารภาพเป็นเพียงพยานบอกเล่าไม่เพียงพอที่จะรับฟังลงโทษในคดีที่มีโทษถึงขั้นประหารชีวิต และที่สำคัญเธอโกหกมาตั้งหลายครั้งแล้ว

ดังนั้นตำรวจอย่าไปหลงเชื่อคำพูดของเธอนะครับ แต่ต้องหาพยานหลักฐานอื่นมาประกอบ จึงจะแจ้งข้อหาได้ มิฉะนั้นอาจหน้าแตกในภายหลังได้ถ้าปรากฏว่าเด็กยังไม่ตาย

พยานหลักฐานและข้อกฎหมายตำรวจยังมีงานต้องทำอีกคือ ต้องหาศพให้เจอและพิสูจน์สาเหตุการตาย พิสูจน์ให้แน่ชัดว่าเด็กเป็นอะไรตายเกิดจากความประมาทหรือเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากเจตนาทำร้ายหรือ เกิดจากเจตนาฆ่าหรือสำคัญผิดคิดว่าเด็กตายเลยเอาไปโยนทิ้งกลัวความผิด อาจจะมีความผิดแค่เคลื่อนย้ายศพเท่านั้นเอง นี่พยานหลักฐานยังไม่แน่นหนาเพียงพอในการเอาผิด.

ที่มาจาก ทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ก : ทนายคลายทุกข์

ผู้นำเสนอข่าว

Lemon

Written by:

720 Posts

View All Posts
Follow Me :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You May Have Missed