รวบแก๊งค์เงินกู้ดอกโหดรายแรกในชลบุรี หลังกู้เพียง3แสนจ่ายดอกกว่า 1.9 ล้านต้นไม่ลด หลังตำรวจ สภ.พานทอง และนายอำเภอพานทอง รับนโยบายปราบเงินกู้นอกระบบวันแรกกับนายกเศรษฐา ทวีสิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอพานทอง

รวบแก๊งค์เงินกู้ดอกโหดรายแรกในชลบุรี หลังกู้เพียง3แสนจ่ายดอกกว่า 1.9 ล้านต้นไม่ลด หลังตำรวจ สภ.พานทอง และนายอำเภอพานทอง รับนโยบายปราบเงินกู้นอกระบบวันแรกกับนายกเศรษฐา ทวีสิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอพานทอง

รวบแก๊งค์เงินกู้ดอกโหดรายแรกในชลบุรี หลังกู้เพียง3แสนจ่ายดอกกว่า 1.9 ล้านต้นไม่ลด หลังตำรวจ สภ.พานทอง และนายอำเภอพานทอง รับนโยบายปราบเงินกู้นอกระบบวันแรกกับนายกเศรษฐา ทวีสิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอพานทอง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ สภ.พานทอง ได้ซุ่มดักรอจับกุมแก็งค์เงินกู้ดอกโหดภายในโรงงานกลึงแห่งหนึ่งในเขต ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยสามรถจับกุมชายได้ 2 รายกำลังนับเงินสดจำนวน 4,200 บาทที่เป็นเงินล่อซื้อจากเจ้าหน้าที่หลังจากที่มีการได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้กู้ว่าได้กู้เงินจำนวน 3 แสนบาทและจ่ายเป็นวันตกวันละ 4,200 บาทพร้อมของกลางเป็นเงินล่อซื้อและรถยนต์กระบะ 1 คันสืบเนื่องจากทางรัฐบาลโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีมีนโยบายช่วยเหลือและประนอมหนี้ให้กับลูกหนี้ที่กู้เงินนอกระบบทั่วประเทศไทยโดยอำเภอพานทองมีประชาชนจำนวนกว่า 300 รายมาการลงทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือในการประนอมหนี้และปลดหนี้นอกระบบและวันนี้ 8ธันงวาคม2566 เวลา 08.00 น.นายปรัตรวีร์ วิจบ นายอำเภอพานทองนางสาวกันยากร กุลพรรัตน์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองและพ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.พานทอง ได้เข้ารับนโยบายปราบเงินกู้นอกรพบบขอฃรัฐบาลกับทางนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ต่อมานายปรัตรวีร์ วิจบ นายอำเภอพานทองนางสาวกันยากร กุลพรรัตน์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองและพ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.พานทองและชุดสืบสวน สภ.พานทอง พร้อมนายคำรณ เกตุประยูร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ได้มาเช็ครายชื่อผู้มาลงทะเบียนที่อำเภอพานทองพบว่ามีผู้มาลงทะเบียนกว่า 300 คนและมี1คนที่ได้กู้เงินนอกระบบดอกเบี้ยโหดบริเวณ ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี จึงได้ติดต่อประสานเพื่อทำการล่อซื้อโดยให้ผู้กู้ได้รอจ่ายเงินดอกเบี้ยจำนวน 4,200 บาทกับแก็งค์เงินกู้จึงสามารถจับกุมนายบี อายุ 19 ปีชาว จ.จันทบรี และนายเอ อายุ 23 ปีชาว จ.จันทบุรีพร้อมรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว 4 ประตู ทะเบียน 9 กอ 8923 กทม.และนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สภ.พานทองจากการสอบถามนายพิพัฒน์ ได้เล่าว่าตนได้มาเก็บเงินดอกเบี้ยจากผู้กู้จากที่กู้เงินจำนวน 3 แสนบาทและจะมาเก็บวันละ 4,200 บาทเป็นดอกเบี้ยตามที่ตกลงทำสัญญากันและเก็บมากว่า 15 เดือนแล้วจำนวนเงินตก 1.9 ล้านบาทแต่เงินต้นยังอยู่ที่มาเก็บเพียงดอกเบี้ยเท่านั้นและใน อำเภอพานทอง มีเจ้าเดียวที่กู้อยู่ ตนเป็นเพียงพนักงานเก็บเงินและเก็บเสร็จก็ได้ส่งโดยการโอนยอดไปยังธนาคารกรุงเทพเลขบัญชี 0560618571ชื่อ รสสุคนธ์ สถิตธำมรงค์ซึ่งเป็นบัญชีที่โอนเงินเข้าจากทั่วทุกเขตตนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่หรือไม่เพราะตนมีหน้าที่เก็บเงินแล้วส่งยอดเท่านั้นทางด้านนายนายสุมิตร (สงวนนามสกุล)ชาว อ.พานทอง จ.ชลบุรี ได้เล่าว่าตนได้กู้เงินกับเงินกู้นอกระบบจำนวน 3 แสน และได้ผ่อนจ่ายรายวันตกวันละ 4,200 บาทตกเดือนละ 126,000 บาทตนจ่ายมาประมาณ 15 เดือนรวมๆ จ่ายไป1,890,000 บาท แต่ยอดเงินต้นจำนวน3แสนยังคงอยู่เหมือนเดิมต้นไม่ลดและช่วงหลังเศรษฐกิจไม่ค่อยดีตนก็ไม่ค่อยมีเงินมาจ่ายและเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมทางรัฐบาลได้ให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบไปลงทะเบียนเพื่อขอความช่วยเหลือตนจีงได้ไปลงทะเบียนไว้และวันนี้ได้รับความช่วยเหลือจากทางนายอำเภอพานทองและผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรพานทองและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตนในครั้งนี้หาหมดหนี้ก่อนหนี้ไปตนก็จะไม่ไปยุ่งกับเงินกู้นอกระบบอีกเพราะครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิตของตนและฝากเตือนหากใครที่คิดจะกู้ให้คิดให้รอบครอบเพราะหากกู้แล้วเหมือนตกนรกทั้งเป็นมีเงินจ่ายก็ดีไปหากวันไหนไม่มีก็จะถูกจี้จนแทบจะหมดหนทางเลยทางด้านนายปรัตรวีร์วิจบนายอำเภอพานทองได้เปิดเผยว่าวันนี้ได้เดินทางไปพร้อมกับจากที่ได้เดินทางไปรับนโยบายกับพ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.พานทอง โดยเข้ารับนโยบายกับนายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรีถึงเรื่องการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้กู้เงินนอกระบบจึงได้มาหาข้อมูลที่ชาวบ้านมาลงทะเบียนขอความช่วยเหลือไว้ที่อำเภอพานทองมีทั้งลงทะเบียนและวอร์คอินจำนวนผู้ลงทะเบียนกว่า 300 คนจึงได้ข้อมูลมีชาวบ้านหมู่ 8 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี จึงได้สอบถามข้อมูลพบว่ากู้เงินจำนวน3แสนแต่จ่ายดอกเบี้ยไปแล้วกว่า1.9ล้านบาทแต่ต้นยังอยู่ไม่ลดจึงได้สอบถามถึงเรื่องการจ่ายเงินดอกพอรูัว่าจะมีคนมาเก็บถึงที่ก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง ชุดสืบสวนมาร่วมกันโดยถ่ายเบอร์แบงค์ จำนวน 4,200 บาทให้ทางลูกหนี้ได้จ่ายกับแก็งค์เงินกู้พอจ่ายเงินก็ได้แสดงตัวจับกุมทันทีจึงได้ให้ทางตำรวจนำตัวมาสอบสวนดำเนินคดีเรื่องปล่อยเงินกู้เกินกว่ากฎหมายกำหนดและพรบ.ทวงถามหนที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายจากนโยบายของทางรัฐบาลได้ให้ทางเจ้าหนี้และลูกหนี้มาประนอมหนี้และอยู่ที่ทั้ง2ฝ่ายจะตกลงกันแบบไหนบางรายก็ผ่อนไม่มีดอกเบี้ยบางรายก็ยกหนี้ให้ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่การเจรจากันทั้งสองฝ่ายแต่ถ้าหากเจ้าหนี้ไม่ออกมาเปิดเผยตัวตนทางอำเภอกับตำรวจก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่และจะปราบแลบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดและจากที่มีการเช็คข้อมูลกับทางผู้ว่าราชการการจังหวัดชลบุรีนั้นทราบว่ารายนี้เป็นรายแรกในจังหวัดชลบุรีที่ถูกจับดำเนินคดีหลังได้รับนโยบายของทางรัฐบาลทันที

ที่มา: สำนักข่าวคาดเชือก
เว็บไซต์: https://kardchuek.net

ผู้นำเสนอข่าว

Hnoy

Written by:

3,251 Posts

View All Posts
Follow Me :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *