เรียก “ดิว อริสรา” แจงคดีกักขัง ก๊วนเงินปลอม การ์ดสวนกลับ แจ้งความเท็จ

เรียก “ดิว อริสรา” แจงคดีกักขัง ก๊วนเงินปลอม การ์ดสวนกลับ แจ้งความเท็จ

ผกก.สน.ยานนาวาเผยส่งหมายเรียก “ดิว อริสรา” และผู้เกี่ยวข้องให้ปากคำในฐานะพยานคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว และพัวพันคดีแลกเงินดอลลาร์ปลอมแล้วแต่ยังไม่มีการประสานเข้ามา หลังมีสาวอ้างเป็นผู้เสียหายแจ้งความกล่าวหา “ดิว อริสรา” กักขังหน่วงเหนี่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเงิน 3.2 ล้านบาท ที่ผู้เสียหายขอให้เป็นนายทุนเป็นค่าภาษีศุลกากร เอาเงินดอลลาร์ 3 ล้านยูเอส หรือ 99 ล้านบาทไทยออกมา แต่สุดท้ายเงินที่ได้เป็นเงินปลอม โดยฝั่ง “ดิว-อริสรา” ให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเปิดห้องพักโรงแรมระหว่างเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย ล่าสุดผู้เกี่ยวข้องทยอยพบพนักงานสอบสวน หนุ่มบอดี้การ์ดดิวแจ้งความกลับสาวต้นเรื่องแจ้งความเท็จ ยันดิวรู้เรื่องแล้วและยังไม่มี แผนกลับไทย

กรณี น.ส.มณฑกาญณ์ หรือเกตุ เจริญโชติสุรดิษ อายุ 30 ปี ออกมาแฉดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์ ดาราสาว ที่กำลังเป็นคดีความฉ้อโกง 62 ล้านบาทในขณะนี้ จับกักขังในโรงแรม 5 วัน บังคับหาเงินมาคืน 3 ล้านบาท หลังเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์แต่ถูกอ้างเป็นของปลอมและใช้ชื่อ สส.คนดังมาขู่จนผู้เสียหายป่วยจิตเวช โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เผยว่า เบื้องต้นรับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว วันที่ 25 มี.ค. พยานที่อยู่ในเหตุการณ์จะเข้าพบ พนักงานสอบสวน ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มี.ค.นายมนัส หรือโอ๊ต เหล่าสุนทรวณิช อายุ 35 ปี คนสนิทและอดีตการ์ดดูแลความปลอดภัย ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์ เข้าพบ พ.ต.อ.พันษา อมรา พิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา และพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ โดยนายมนัสหรือโอ๊ตกล่าวเพียงว่า ไม่ได้มีความกังวลใจคดี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปยังชั้นบนของอาคารเพื่อสังเกตการณ์

สำหรับไทม์ไลน์คดีนี้ เมื่อค่ำวันที่ 3 ต.ค.67 น.ส.มณฑกาญณ์ หรือเกตุ เจริญโชติสุรดิษ อายุ 30 ปี แจ้งความ สน.ยานนาวาว่า เมื่อเย็นวันที่ 1 มี.ค.67 มี น.ส.อัครศิริ หรือเทดดี้ สนุกแสน อายุ 36 ปี มาแจ้ง น.ส.มณฑกาญณ์ มีนายชาน ชาวจีนไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงและชาวต่างชาติผิวสี อ้างมีเงินดอลลาร์ธนบัตรฉบับละ 100 ดอลลาร์ ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์ อยู่ที่ศุลกากร แต่เอาออกมาไม่ได้เพราะไม่ได้เสียภาษีศุลกากร เงินก้อนนี้กำลังถูกตีกลับประเทศต้นทาง แต่ถ้าไปจ่ายภาษี 3.2 ล้านบาทได้ จะสามารถเอาเงินดอลลาร์ก้อนนี้ออกมาได้ และจะแลกเป็นเงินไทยได้ถึง 99 ล้านบาท หากทำสำเร็จนายชานกับนายทุนที่นำเงินมาจ่ายภาษีจะแบ่งกันคนละครึ่งและจะให้ค่านายหน้า น.ส.มณฑกาญณ์ 3% แต่ต้องติดต่อหานายทุนนำเงินจำนวนดังกล่าวออกมา กระทั่งวันที่ 19 ก.ย.67 น.ส.มณฑกาญณ์ ติดต่อไปยัง ดิว-อริสรา ให้เป็นนายทุนนำเงินให้นายชานไปเสียภาษีและนำเงินดังกล่าวออกมา

ต่อมาวันที่ 20 ก.ย.67 น.ส.มณฑกาญณ์ นายธวัชชัย หรือแมน กองอรรถ อายุ 30 ปี ตัวแทน ดิว-อริสรา เจ้าของเงิน น.ส.อัครศิริ หรือเทดดี้ สนุกแสน อายุ 36 ปี นายธนกฤต หรือชิน สิริวรางค์ อายุ 30 ปี และนายธิติ หรือบอส เติมกิจวาณิชย์ อายุ 30 ปี รวม 5 คน นัดหมายดูเงินดอลลาร์ดังกล่าว บริเวณโรงแรมดับเบิ้ลยู โฮเต็ล ถนนสาทรกรุงเทพฯ เมื่อไปถึงพบนายชาน พาทั้ง 5 คนไปดูเงินดอลลาร์บรรจุในกระเป๋าที่อาคารลานจอดรถ พบว่ามีเงินจริง ทั้งหมดจึงมั่นใจแล้วพาไปเปิดห้องพักที่โรงแรมเดอะสแตนดาร์ด กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบเงินดอลลาร์ในกระเป๋า คราวนี้พบว่าเป็นของปลอม ไม่มีรหัสธนบัตร ด้านหลังมีคำว่า “Sample”

เมื่อ ดิว-อริสรา ทราบเรื่องได้ให้ น.ส.มณฑกาญณ์ กับพวกรับผิดชอบเป็นเงิน 4 ล้านบาท เกินกว่าความเสียหายจริงอ้างว่าเป็นค่าขาดโอกาส ให้ น.ส.มณฑกาญณ์กับพวก รวม 5 คน โอนเงินผ่านบัญชี ธ.ไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี นายมนัส เหล่าสุนทรวณิช และใช้คำพูดข่มขู่ “ถ้าหากไม่ได้เงินจะไม่ปล่อยทั้งหมด ออกไปจากโรงแรมสแตนดาร์ด” น.ส.มณฑกาญณ์ เกิดความกลัวโทร.ให้บิดานำเงินมาจ่ายอ้างเป็นค่า ภาษีจากการแลกเงิน แต่ไม่สามารถหามาได้ นายมนัสได้ข่มขู่บังคับทั้งหมดให้ไปพบ น.ส.ดิว-อริสรา เพื่อทวงถามความเสียหาย แต่ น.ส.มณฑกาญณ์ กับพวก ไม่เต็มใจ และยังอ้างว่ามีการกักขังหน่วงเหนี่ยวจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ

ต่อมาวันที่ 26 ก.ย.67 บิดา น.ส.มณฑกาญณ์ เข้าพบตำรวจ สน.ยานนาวา ขอให้ไปช่วยเหลือลูกสาวที่โรงแรมดังกล่าว ชุดสืบสวน สน.ยานนาวา ตรวจสอบวงจรปิดพบกลุ่มของ น.ส.มณฑกาญณ์ อยู่ในโรงแรมจริง ลักษณะพักอาศัยตามปกติ มีการเดินเข้า-ออกโรงแรมซื้ออาหาร และเครื่องดื่มต่อเนื่อง ชุดสืบสวนเฝ้าดูในโรงแรมเพื่อให้แน่ใจว่า น.ส.มณฑ กาญณ์กับพวกยังอยู่อย่างปลอดภัย กระทั่งพบว่า นายมนัสพากลุ่ม น.ส.มณฑกาญณ์ ทั้ง 5 คน ลงมาทานอาหาร เจ้าหน้าที่จึงเชิญทั้งหมดมาสอบสวน ที่ สน.ยานนาวา

หลังพูดคุยทราบรายละเอียด ภายหลังทั้งหมดเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหายร่วมกัน ส่วนกรณี น.ส. มณฑกาญณ์ ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว แจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายมนัส ดิว-อริสรา และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องข้อหา “ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันกรรโชกทรัพย์” พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์ไว้

ต่อมา พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกรณีแลกแบงก์ดอลลาร์ปลอม 7 ราย 1 ในนี้มีดิว-อริสรา รวมอยู่ด้วย โดยเรียก ทั้งหมดมาให้ปากคำฐานะพยาน เบื้องต้นพยานบางคนจะเข้าพบในวันนี้แต่บางคนขอเลื่อน อ้างไม่อยากพบสื่อมวลชนที่มาปักหลักทำข่าว ใครที่เลื่อนจะออกหมายเรียกครั้งถัดไป ขณะนี้มีนายโอ๊ตมาให้ปากคำและให้การที่เป็นประโยชน์สามารถนำไปขยายต่อได้ ส่วนของดิว-อริสรา ยังไม่ประสานเข้ามาพบ แต่ตำรวจส่งหมายเรียกและติดต่อไปแล้ว

พ.ต.อ.พันษากล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพยานทั้ง 7 คน มีบางรายที่มีประวัติถูกออกหมายจับค้างเก่า มีประวัติถูกดำเนินคดีอาญา คดีฉ้อโกงยักยอก และเมาแล้วขับ ต้องตรวจสอบว่าถูกจับกุมตามหมายจับนั้นๆแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ ยังไม่พบว่าแต่ละคนเคยมีประวัติถูกดำเนินคดีหรือออกหมายจับคดีเรื่องเงินปลอม ส่วนการเรียกมาสอบปากคำครั้งนี้ จะสอบปากคำ 2 ประเด็น ทั้งประเด็นที่เคยมาแจ้งเรื่องการกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรื่องดอลลาร์ปลอม เพื่อให้ได้ข้อ เท็จจริงของทั้ง 2 คดีอย่างครบถ้วน มุ่งเน้นแสวงหาพยานหลักฐานเป็นหลัก ก่อนจะพิจารณาต่อไปว่ามีใครกระทำความผิดเรื่องอะไรบ้างและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผกก.สน.ยานนาวากล่าวต่อว่า ประเด็นเรื่องแจ้งความกักขังหน่วงเหนี่ยว ก่อนหน้านี้มีการโทร.แจ้งความลงบันทึกประจำวันโดยพ่อ น.ส.เกตุ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 ก.ย.67 ว่าลูกสาวหายไป ได้ไปตรวจสอบที่โรงแรมย่านสาทรในวันที่ 27 ก.ย. พบผู้เสียหายจริงและพามาที่ สน.ยานนาวา ได้รับการยืนยันจากผู้เสียหาย จะถอนแจ้งความ ให้เหตุผลว่าเป็นการเข้าใจผิด แต่วันที่ 30 ก.ย. น.ส.เกตุมาพบอีกครั้ง ลงบันทึกประจำวันเอาผิดกับกลุ่มในโรงแรม แต่ขอให้มีการเจรจาก่อน ต่อมาวันที่ 3 ต.ค.67 น.ส.เกตุกลับมาอีกครั้งพร้อม แจ้งความเอาผิดดิว-อริสราและพวก ฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ตำรวจทราบว่า มีดิว-อริสรา อยู่ในคดีนี้ด้วย วันนี้จึงต้องเรียกสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อเท็จจริง เพราะผู้เสียหายแจ้งความกลับไปกลับมาและให้การในตอนนั้นสับสน หากพบว่าไม่เป็นความจริง จะดำเนินคดีผู้เสียหายข้อหาแจ้งความเท็จ แต่หากพบว่าเป็นความจริง จะดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.พันษากล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 2 เรื่องการแลกเงินดอลลาร์ปลอม เรื่องดังกล่าวเพิ่งปรากฏหลังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปออกรายการโหนกระแส ทำให้ตำรวจต้องเข้ามาสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะมีประเด็นที่ยังไม่พบของกลางเงินดอลลาร์มูลค่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และยังไม่พบของกลางที่เป็นเงินดำหรือเงินปลอมตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง อีกทั้งยังไม่พบว่า มีใครให้ข้อมูลเกี่ยวกับรูปพรรณสัณฐานชายชาวจีนและชายผิวสีที่เกี่ยวข้อง เป็นเหตุให้ต้องสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเฉพาะประเด็นที่มาของเงินว่ามาจากใคร เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก่อนนำไปสู่การดำเนินคดีบุคคลที่อาจจะกระทำความผิดต่อไป ส่วนภาพที่เปิดเผยในรายการในลักษณะการตรวจสอบเงิน อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์เป็นภาพจริงหรือตัดต่อ ยืนยันจะทำให้ปรากฏความจริงแก่สังคม แต่ต้องให้เวลาพนักงานสอบสวนทำงานสักระยะ ข้อมูลบางอย่างอาจจะไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในสำนวน

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. นายมนัส หรือโอ๊ต เหล่าสุนทรวณิช เปิดเผยหลังให้การเสร็จสิ้นว่า ตนและดิว-อริสรา ไม่มีเจตนาทำความผิดเรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยวและรีดไถทรัพย์ ไม่เข้าใจว่า ทำไมเกตุต้องออกมาพูดเรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยว ทุกคนสมัครใจที่จะมาอยู่ร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเงิน การที่ตนถูกกล่าวหาสร้างความเสียหายแก่หน้าที่การงานตนเป็นอย่างมาก วันนี้ได้แจ้งความกลับเกตุข้อหา “แจ้งความเท็จอันเป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา” และ “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” แต่อย่างไรก็ตาม ฝั่งดิวยังไม่ได้มอบอำนาจหรือแจ้งเจตจำนงว่าจะแจ้งความดำเนินคดีกับเกตุ เพราะเมื่อวานแค่รายงานให้ดิวทราบว่า วันนี้จะมาพบพนักงานสอบสวน ดิวตอบกับตนเพียงแค่ว่า “จ้า” เท่าที่คุย ดิวยังไม่มีแผนที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทย

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายธนกฤต หรือชิน สิริวรางค์ อายุ 30 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา โดยหลบผู้สื่อข่าวไปด้านหลังโรงพัก สำหรับนายธนกฤต หรือชิน เป็น 1 ใน 5 ฝ่ายของ น.ส.เกตุ ซึ่งอยู่ในวันนัดดูเงินดอลลาร์ปลอม และอยู่ด้วยกันในวันแลกเงินดอลลาร์ด้วย

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

ผู้นำเสนอข่าว

yoko

Written by:

4,035 Posts

View All Posts
Follow Me :