จักษุแพทย์ แชร์อุทาหรณ์ เด็ก 5 ขวบ ใช้ท่อ PVC เล่นต่อสู้กัน แต่พลาดถูก “ลูกตา” จนแตกเละ ต้องเย็บรักษาแผลรวม 31 เข็ม พร้อมเผยการมองเห็นไม่น่าจะกลับมา มีโอกาสตาบอดค่อนข้างสูง
วันที่ 27 มีนาคม 2568 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวอุทาหรณ์จาก พญ.ประไพพิม วงกต จักษุแพทย์ประจำ รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Prapaipim Wongkot ระบุว่า เมื่อคืนผ่าตัดเคสเด็ก 5 ขวบ ที่ตาแตกจนเละ สาเหตุเกิดจากน้องเล่นบทบาทสมมติกับพี่น้องรุ่นใกล้เคียงกัน โดยใช้ท่อ PVC ต่อสู้กัน แล้วพลาดเกิดการกระแทกที่ตาอย่างแรง
อุทาหรณ์การเล่นในเด็กที่ควบคุมได้ยาก และใครก็ไม่อยากให้เกิดบาดแผล หมอมาโพสต์เพื่อเตือนผู้ปกครองว่า อุปกรณ์การเล่นอะไรที่ดูแล้วอาจจะเกิดแผลได้ง่าย ควรอยู่ในการดูแลของผู้ปกครองเสมอ ถ้าคิดว่าไม่สามารถดูได้ ก็ควรเก็บไว้ห่างมือเด็ก (เพราะหมอก็มีลูกวัยเดียวกัน เข้าใจดี ตอนเย็บแผลและตรวจตา สงสารเด็กน้อยสุดๆ)
เคสนี้ผลการรักษาน่าจะแค่รักษาลูกตาไว้ได้ แต่การมองเห็นไม่น่าจะกลับมา (ตาบอด) ค่อนข้างสูง และกระบวนการรักษายังอีกยาวไกล นอน รพ.สังเกตอาการ ฉีดยาอย่างน้อย 7 วัน และติดตามอาการต่อเนื่องจนเป็นหนุ่ม

ทั้งยังได้อัปเดตในโพสต์ต่อมาอีกว่า หลังจากที่หมอโพสต์เรื่องผ่าตัดตาแตกของน้องเด็กน้อย 5 ขวบ ซึ่งตอนนี้น้องก็ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ท่าศาลา มีการแชร์โพสต์ไปเยอะมาก และมีคนส่งข้อความมาชื่นชมหมอเยอะมากเช่นกัน
หมอถือโอกาสนี้มาเล่าให้ทุกคนฟังหน่อยนะคะว่าจริงๆ แล้วหมอก็แค่คนคนนึงในกระบวนการรักษาเท่านั้นเอง เพราะตั้งแต่น้องเกิดเหตุ น้องก็ได้รับการดูแลเบื้องต้นจากทีมหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ รพ.นบพิตำ ซึ่งได้ประสานเคสมาให้หมอรับทราบ และรีบส่งตัวน้องมายัง รพ.ท่าศาลา ด่วน
ณ ห้องฉุกเฉิน รพ.ท่าศาลา มีทีมหมอ พยาบาลคอยจัดการดูแลอาการเบื้องต้นให้กับน้อง หมอซึ่งอยู่เวรนอกเวลา ณ วันนั้น ก็รีบมาประเมินน้อง ณ ห้องฉุกเฉิน เพื่อวางแผนการผ่าตัด ซึ่งหลังจากน้องงดน้ำงดอาหารครบเวลาปลอดภัยในการดมยาสลบ ก็รีบให้เจ้าหน้าที่เข็นเปลพาน้องไปผ่าตัดตาด่วน ณ ห้องผ่าตัด มีทีมช่วยผ่าตัดทั้งพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และทีมดมยา
หลังผ่าตัดเสร็จ หมอมีหน้าที่ไปประเมินอาการน้องในทุกๆ วัน แต่คนที่ต้องหยอดยาให้น้องทุกๆ ชม. และฉีดยาฆ่าเชื้อเข้าเส้นเลือดดำทุก 6 ชม. คือคุณพยาบาลที่น่ารัก ณ หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก รพ.ท่าศาลา
หมอเลยถือโอกาสนี้ส่งคำชื่นชมและขอบคุณให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนของ รพ. ด้วยค่ะ คนเข็นเปล คนขับรถฉุกเฉิน แม่บ้านทำความสะอาด เก็บล้างอุปกรณ์ผ่าตัด เจ้าหน้าที่ห้องแลป (ตรวจเลือด) ผู้ช่วยพยาบาล พยาบาล เภสัชกร น้องหมอห้องฉุกเฉิน น้องหมอดมยา ฯลฯ ที่ทำให้การทำงานรักษาในทุกๆ วันเป็นไปได้อย่างเต็มที่ เพื่อผลประโยชน์ของผู้ป่วย.
ที่มา ไทยรัฐ