สิบล้อพุ่งชนเสาไฟฟ้า ทำดับไฟทั้งจังหวัดอุทัยธานีนานกว่า 3 ชั่วโมง ส่วนคนขับอาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งนำรถเครนมายกเสาไฟฟ้า พร้อมเร่งหาสาเหตุ ขณะที่ร้านค้าเดือดร้อนเสียหายหนัก
วันที่ 28 มี.ค. 68 มีรายงานว่า เวลา 22.30 น. ของวันที่ 27 มี.ค. บริเวณถนนสาย 333 หน้าปั๊มบางจาก ซึ่งเลยสี่แยกไฟแดงวัดสังกัสรัตนคีรีมาประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีรถบรรทุกพืชผลทางการเกษตรวิ่งมาด้วยความเร็วสูงแล้วเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าจนเพลาหน้านั้นหลุดออก โดยนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีได้รุดมายังที่เกิดเหตุเพื่อสั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาโดยการนำรถเครนขนาด 35 ตัน ของ หจก.สหขนส่ง จำกัด และรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุทัยธานี มาช่วยนำเสาไฟฟ้าให้ออกจากตัวรถบรรทุก ท่ามกลางคนที่มามุงดูเหตุการณ์กันเยอะมาก

ในส่วนของผู้ขับรถบรรทุกนั้น นายชัยพร แซ่ตัน เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี เปิดเผยว่า พอมาเกิดเหตุรถบรรทุกไม่ทราบชื่อคนขับ เป็นรถบรรทุกพืชผลของการเกษตร คนขับนั้นมีอาการสาหัส เจ็บและแน่นหน้าอกและหายใจแล้วเหนื่อย ซึ่งคนขับนั้นกระเด็นออกมานอกรถบรรทุกทะลุกระจกออกมาเพราะชนเข้าอย่างจังกับเสาไฟฟ้าแรงสูง จากนั้นก็เร่งช่วยคนขับนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาล
โดยชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ยังเล่าให้นายพรชัยฟังว่า รถบรรทุกมาด้วยความรวดเร็วมากและชนนั้นมีเสียงสั่นดังไปทั่วอำเภอเมืองจนตกใจกัน ในเบื้องต้นนั้นไม่ทราบว่าจะดื่มสุราหรือเปล่าแต่ตอนช่วยคนขับออกมานั้นไม่มีกลิ่นสุรา ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลอุทัยธานี ซึ่งจากการสังเกตล้อหน้านั้นมีร่องรอยยางแตกจนเพลาขับเคลื่อนด้านหน้าหลุดออกมาอาจจะเป็นสาเหตุให้รถบรรทุกเสียหลักก็ได้ ทั้งนี้ทางตำรวจต้องหากล้องวงจรปิดหรือพยานที่เกิดเหตุอีกครั้งว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่นั้นใช้เวลาการยกเสาไฟฟ้าแรงสูงอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นไฟฟ้าก็เริ่มติดหรือทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเริ่มจ่ายไฟเป็นบางส่วน และทางนายธีรพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้โทรสำรวจพบว่าไฟนั้นดับทั้ง 8 อำเภอ หรือทั่วจังหวัดอุทัยธานีทั้งหมด และแน่นอนผู้ขับรถบรรทุกนั้นจะต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเพราะชนเสาไฟฟ้าจนเสียหายแถมยังมีท่อประปาแตกอีกด้วย ซึ่งไฟที่ดับนานกว่า 3 ชั่วโมงกว่าจะเคลียร์เส้นทางเดินรถและนำรถเครนมายกเสาไฟฟ้าซึ่งต้องใช้เวลาเพราะเกรงว่าเสานั้นจะหล่นลงมาแล้วจะดึงเสาต้นอื่นให้ลงมาตามจึงต้องทำด้วยความรอบคอบ

ส่วนความเสียหายนั้นส่งผลกระทบกับร้านขายของสดที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ความเย็นอยู่ตลอดเวลาเกิดความเสียหายอย่างแน่นอน รวมถึงร้านข้าวต้มและร้านอาหารตามสั่งต่างๆ อีกด้วย ทั้งนี้ต้องรอว่าจะมีใครให้รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวหรือมาแจ้งความหรือไม่ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะได้ไปสอบปากคำอีกครั้งหลังจากที่คนขับรถบรรทุกนั้นอาการดีขึ้น โดยยังไม่รู้ว่าขับรถให้กับโรงสีหรือบริษัทอะไรจะต้องเรียกเจ้าของกิจการหรือเจ้าของรถมาอีกด้วย หลังจากนั้นทางไฟฟ้าก็เริ่มทยอยจ่ายไฟและใช้ได้ตามปกติทุกอำเภอแล้ว
ที่มา ไทยรัฐ