กองทัพพม่าแถลงยอมรับว่า ได้มีการยิงเตือนขบวนรถของกาชาดจีน ที่กำลังขนส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวเมื่อคืนวันอังคาร โดยอ้างว่าไม่มีการแจ้งเส้นทางล่วงหน้า ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวพุ่งทะลุ 3,000 ศพแล้ว
วันที่ 3 เมษายน 2568 พลตรีซอ มิน ตุน โฆษกกองทัพเมียนมา (พม่า) แถลงยอมรับว่า ทหารของรัฐบาลได้มีการยิงขบวนรถขององค์กรกาชาดจีนจริง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.21 น. ของวันอังคาร 1 เมษายน เมื่อขบวนรถ 9 คันของกาชาดจีนกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองมัณฑะเลย์ แต่ถูกยิงเตือนบริเวณเมืองหน่าวโฉ่ รัฐฉานตอนเหนือ
โฆษกระบุว่า การยิงที่เกิดขึ้นเป็นการยิงเตือน โดยยิงปืนเตือนขึ้นฟ้า 3 นัด ห่างจากขบวนประมาณ 100 เมตร เนื่องจากขบวนรถม่หยุดตามคำสั่ง พร้อมยืนยันว่าไม่มีการแจ้งเส้นทางกับทางการพม่า หรือสถานทูตจีนล่วงหน้า หลังจากถูกยิงเตือน ขบวนได้เปลี่ยนเส้นทางกลับไปยังตัวเมืองหน่าวโฉ่
ทางด้านกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอ้อง ( Ta’ang National Liberation Army-TNLA) ซึ่งเป็นกองกำลังชาติพันธุ์ที่ควบคุมพื้นที่หน่าวโฉ่ ระบุว่า ขบวนรถกาชาดจีนถูกโจมตีด้วยอาวุธอัตโนมัติจากทหารพม่าบริเวณใกล้กับพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายมีการปะทะกันเป็นระยะ ส่งผลให้กองกำลังตะอ้องต้องส่งทีมไปคุ้มกันขบวนกาชาดจีนแทน พร้อมกันนี้ได้กล่าวประณามรัฐบาลพม่าว่าเป็น การเพิกเฉยต่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และประกาศว่าจากนี้ไปจะเข้ารับหน้าที่คุ้มกันขบวนขนส่งของจีน เพื่อให้สามารถส่งมอบความช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวได้อย่างปลอดภัย
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในพม่ารับประกันความปลอดภัยของทีมบรรเทาทุกข์และสิ่งของช่วยเหลือจากจีนและนานาชาติ ขณะที่สำนักข่าว ซินหัว รายงานว่าขบวนช่วยเหลือจีนกำลังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ภัยพิบัติที่มัณฑะเลย์
โดยพม่ากำลังเผชิญวิกฤตแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ รวมถึง มัณฑะเลย์ สะกาย มาเกว่ พะโค เนปิดอว์ และรัฐฉานตอนใต้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว มากกว่า 3,000 ศพ รัฐบาลทหารพม่าถูกวิจารณ์อย่างหนักว่ามีส่วนทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสูงขึ้น เนื่องจากการช่วยเหลือที่ล่าช้าและความล้มเหลวในการจัดการวิกฤติ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ภัยพิบัติต้องอพยพออกจากบ้านเรือนที่พังเสียหาย และนอนกลางแจ้งท่ามกลางความหวาดกลัวแรงสั่นสะเทือนหลังแผ่นดินไหว
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนยังคงดำเนินต่อไป โดยมีทีมกู้ภัยจาก 15 ประเทศ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ล่าสุดสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตหลายรายออกจากซากปรักหักพังของอาคารที่ถล่มลงมา.
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
เว็บไซต์ : https://www.thairath.co.th/